ต่อมไทรอยด์อักเสบ


ต่อมไทรอยด์อักเสบ – Thyroiditis     


ต่อมไทรอยด์อักเสบ อาจแบ่งเป็นหลายชนิด ซึ่งมีสาเหตุ และอาการที่แตก
ต่างกัน ที่พบได้บ่อย เช่น
1. ต่อมไทรอยด์อักเสบจากไวรัส เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ซึ่งมีอยู่หลายชนิด
(รวมทั้งเชื้อไวรัสคางทูม) มักพบในคนอายุ 20-40 ปีและพบในผู้หญิงมากกว่า
ผู้ชาย
2. ต่อมไทรอยด์อักเสบเรื้อรังจากออโตอิมมูน (Autoimmune thyroiditis/
Hashimoto’s thyroiditis) เกิดจากปฏิกิริยาภูมิแพ้ต่อตัวเองพบมากใน
ผู้หญิงทุกวัย อาจมีประวัติว่ามีพ่อแม่พี่น้องเป็นโรคนี้ด้วย
3. ต่อมไทรอยด์อักแสบชนิดไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งพบได้น้อยมากมักพบใน
ผู้หญิงวัยกลางคน

อาการ
1. ต่อมไทรอยด์อักเสบจากไวรัส ผู้ป่วยจะมีอาการเฉียบพลัน ด้วยอาการเจ็บ
คอ กลืนลำบาก ต่อมไทรอยด์โตขึ้นเร็ว และกดเจ็บ อาจมีไข้ต่ำๆ ร่วมด้วย
อาการเจ็บที่คออาจร้าวไปหู ขากรรไกร แขน และหน้าอก อาการอาจเป็นอยู่
นานเป็นสัปดาห์ ๆ หรือเป็นเดือน ๆ และอาจมีภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานมาก
เกิน หรือภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยร่วมด้วย ส่วนมากจะกลับเป็นปกติใน
ที่สุด

2. ต่อมไทรอยด์อักเสบเรื้อรังจากออโตอิมมูน จะมีอาการคอโต ซึ่งจะค่อย ๆ
เกิดขึ้นช้า ๆ มีลักษณะค่อนข้างแข็ง กดไม่เจ็บ ต่อมามักจะมีภาวะต่อม
ไทรอยด์ทำงานน้อย  ร่วมด้วย บางรายอาจเกิดการอักเสบของต่อมไทรอยด์
หลังคลอดบุตร ซึ่งอาจมีภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกิดขึ้นชั่วคราวในช่วง
แรก ต่อมาก็จะมีภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยตามมา โรคนี้มักเป็นเรื้อรัง
การตรวจเลือดมักจะพบแอนติบอดีต่อต่อมไทรอยด์ (Anti-thyroid antibody)
โรคนี้อาจพบร่วมกับโรคตับอักเสบเรื้อรัง, เอสแอลอี, โรคปวดข้อรูมาตอยด์,
เบาหวาน, โรคแอดดิสัน ผมร่วงเป็นหย่อมไม่ทราบสาเหตุ เป็นต้น

3. ต่อมไทรอยด์อักเสบชนิดไม่ทราบสาเหตุ จะมีอาการคอโตเป็นก้อนแข็ง
และติดแน่นกับเนื้อเยื่อโดยรอบ มักทำให้มีอาการเสียงแหบ กลืนลำบาก
หายใจลำบาก มักมีภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยร่วมด้วย และบางคนอาจมี
ภาวะต่อมพาราไทรอยด์ทำงานน้อยร่วมด้วย

การรักษา
หากสงสัย ควรส่งโรงพยาบาล อาจต้องตรวจเลือด (ตรวจหาระดับฮอร์โมน
ไทร็อกซีน, แอนติบอดีต่อต่อมไทรอยด์),และอาจต้องทำสะแกนต่อมไทรอยด์ และให้การรักษาตามสาเหตุที่ตรวจพบ ดังนี้
1. ต่อมไทรอยด์อักเสบจากไวรัส ให้แอสไพริน  2-3 เม็ด วันละ 4 ครั้ง เพื่อ
บรรเทาอาการอักเสบ, ในรายที่เป็นรุนแรง อาจให้เพร็ดนิโซโลน, ถ้ามีภาวะ
ต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินหรือคอพอกเป็นพิษ (ใจสั่น เหนื่อยง่าย) อาจต้อง
ให้ยาปิดกั้นบีตา-โพรพราโนลอล 10-40 มก. ทุก 6 ชั่วโมง, ถ้ามีภาวะต่อม
ไทรอยด์ทำงานน้อย  ซึ่งมักเป็นชั่วคราว อาจต้องให้ฮอร์โมนไทรอยด์ (เช่น
ยาสกัดไทรอยด์, เอลทร็อกซิน)

2. ต่อมไทรอยด์อักเสบเรื้อรังจากออโตอิมมูน ในรายที่มีภาวะต่อมไทรอยด์
ทำงานน้อย หรือคอโตมาก ให้กินเอลทร็อกซิน ส่วนในรายที่ต่อมไทรอยด์ยัง
ทำงานเป็นปกติ (ระดับฮอร์โมนไทร็อกซินอยู่ในเกณฑ์ปกติ) ควรตรวจเลือด
เป็นระยะ ๆ มักพบภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยในอีกหลายปีต่อมา

3. ต่อมไทรอยด์อักเสบชนิดไม่ทราบสาเหตุ ในรายที่มีภาวะต่อมไทรอยด์ทำ
งานน้อย ให้กินเอลทร็อกซิน ในรายที่ก้อนโตมากจนหายใจลำบากหรือกลืน
ลำบาก อาจต้องแก้ไขด้วยการผ่าตัด

เสริม
คอพอกที่มีอาการเจ็บปวดร่วมด้วยอาจเกิดจากต่อมไทรอยด์อักเสบ

ต่อมไทรอยด์ทำงานน้อย – Hypothyroidism     

ต่อมไทรอยด์ทำงานน้อย หมายถึง ภาวะที่ต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนได้น้อย
กว่าปกติ        เป็นโรคที่พบได้ไม่บ่อยนัก พบได้ในคนทุกวัย แต่จะพบมากใน
ผู้หญิงวัยกลางคน

สาเหตุ
อาจมีสาเหตุได้หลายอย่าง และบางคนอาจเกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ
สาเหตุที่ทราบแน่ชัด เช่น เป็นผลแทรกซ้อนจากการรักษาโรคคอพอกเป็นพิษ
(จะโดยวิธีให้ยาต้านไทรอยด์ กินน้ำแร่ หรือผ่าตัดก็เป็นได้ เหมือน ๆ กัน)
หรือเป็นโรคแทรกของต่อมไทรอยด์อักเสบเรื้อรัง    บางคนอาจเกิดจากการ
ฉายรังสีรักษาโรคมะเร็ง (เช่น มะเร็งต่อมน้ำเหลือง) ที่บริเวณคอบางคนอาจ
มีสาเหตุจากความผิดปกติของต่อมใต้สมอง ที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงาน
ของต่อมไทรอยด์ เช่น โรคชีแฮน  เป็นต้น
ในเด็กเล็ก อาจเกิดจากภาวะขาดไอโอดีนในแม่ระหว่างตั้งครรภ์ หรือให้นม
บุตร หรือต่อมไทรอยด์เจริญไม่ได้เต็มที่ ซึ่งเป็นมาแต่กำเนิด

อาการ
ในผู้ใหญ่ อาการจะค่อย ๆ เกิดขึ้นช้า ๆ กินเวลาเป็นแรมเดือน หรือแรมปี
ผู้ป่วยจะมีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เฉี่อยชา ทำงานเชื่องช้า คิดช้า ปวด
เมื่อยกล้ามเนื้อ หัวใจ (ชีพจร) เต้นช้า อาจต่ำกว่า 50 ครั้งต่อนาที ลำไส้ก็มัก
จะเคลื่อนไหวได้ช้า ทำให้มีอาการท้องผูกเป็นประจำ  ผู้ป่วยจะอ้วนขึ้นทั้ง ๆ
ที่กินไม่มาก และจะรู้สึกขี้หนาว (รู้สึกหนาวกว่าคนปกติ จึงชอบอากาศร้อน
มากกว่าอากาศเย็น) ผิวหนังมีลักษณะหยาบแห้งและเย็น ผมบางและหยาบ
ผมและคิ้วอาจร่วง หน้าและหนังตาบวมฉุ ๆ อาจมีอาการเสียงแหบ หูตึง ซีด
ปวดชาปลายมือเนื่องจากมีอาการของคาร์พัลทูนแนล ไม่มีความรู้สึกทางเพศ
ผู้หญิงบางคนอาจมีประจำเดือนออกมาก ถ้าเป็นรุนแรง ผู้ป่วยจะมีอาการซึม
ลงจนหมดสติ
ในทารกแรกเกิด จะมีอาการซีม ไม่ร้องกวน ต้องคอยปลุกขึ้นให้นมมักมี
อาการเสียงแหบ ท้องผูกบ่อย ลิ้นมีลักษณะโตคับปาก อาจมีอาการสะดือจุ่น
และอาจมีอาการดีซ่านอยู่นานกว่าปกติเมื่ออายุมากขึ้น เด็กจะมีการเจริญเติบ
โตช้า ฟันขึ้นช้า ผิวหนังหยาบแห้ง ขี้หนาว กินไม่เก่ง เฉื่อยชา (ทำให้ดูคล้าย
เลี้ยงง่าย ไม่กวน)     ถ้าไม่ได้รับการรักษา เด็กจะมีรูปร่างเตี้ยแคระ พุงป่อง
สมองทึบ ปัญญาอ่อน หูหนวก เป็นใบ้ เรียกว่า เด็กเครติน (Cretin)ผู้ป่วยอาจ
มีอาการคอพอกร่วมด้วยหรือไม่ก็ได้

การรักษา
หากสงสัย ควรส่งโรงพยาบาล อาจต้องตรวจเลือด (พบว่ามีระดับของฮอร์โมน
ไทร็อกซีนต่ำกว่าปกติ, ระดับโคเลสเตอรอลในเลือดสูง, ระดับน้ำตาลและ
โซเดียมในเลือดต่ำ ฯลฯ) หรือตรวจพิเศษอื่น ๆ

การรักษา ให้ผู้ป่วยกินฮอร์โมนไทรอยด์ เช่น ยาสกัดไทรอยด์ (Thyroid
extract) หรือ เอลทร็อกซิน (Eltroxin) วันละ1-3 เม็ดทุกวัน ผู้ป่วยจะมีอาการ
ดีขึ้นเพียงในเวลาไม่กี่วัน และร่างกายจะเป็นปกติภายในเวลาไม่กี่เดือน ผู้ป่วย
จะต้องกินยานี้ไปตลอดชีวิต        ถ้าหากขาดยาอาการก็จะกลับกำเริบได้ใหม่
สำหรับทารกแรกเกิด ถ้าได้รับการรักษาตั้งแต่ก่อนอายุได้ 3 เดือน เด็กก็จะ
สามารถเจริญเติบโตได้เป็นปกติทั้งทางร่างกายและสมอง แต่เด็กจะต้องกิน
ยาทุกวัน ห้ามหยุดยา

เสริม
ทารกที่เลี้ยงง่ายไม่กวน ลิ้นโตคับปาก เจริญเติบโตช้า อาจเป็นเด็กเครติ

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: